Love Eunhyuk's profileLovemonkeysujuPhotosBlogListsMore Tools Help

Love Eunhyuk

Occupation
Interests
รัก monkeysuju ที่สุดเลย

Windows Media Player

Lovemonkeysuju

Photo 1 of 8
by 
September 13

มี ฟิคให้อ่านกาน ของTVXQ

ยิ้มแฉ่ง 

เมื่อ 12 ก.ย. 50 - 20:45 - มีคนดู 63 ครั้ง - มีคนตอบ 5 ครั้ง
Chapter-Two

อีกซีกโลกหนึ่ง...ภายในห้องสีขาวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอบอวลของยาทำให้หนุ่มร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกสะอินสะเอียนยิ่งนัก...นัยน์ตาคู่สวยมองไปรอบๆก่อนที่จะรีบปิดตาลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้

“ทำไม...พระเจ้าเล่นตลกอะไรกับฉันเนี่ย ทำไมเด็กนั่นถึงไม่ตาย” เสียงหญิงสาวเอ่ยด้วยความไม่พอใจ
“เถอะน่า...ครั้งนี้ถือว่ายูฮวานยังโชคดี แต่คงไม่มีคราวหน้าแล้วล่ะ” เสียงชายอีกคนเอ่ย
“ถูกรถบรรทุกชนอัดก๊อปปี้ซะขนาดนั้น ทำแค่กายภาพบำบัด ทำไมมารความสุขฉันถึงไม่ตายๆไปซะ” เธอเอ่ย
“ยังไงสมบัติของตระกูลนั้นทั้งหมดก็ไม่พ้นคุณไปหรอก” เขาเอ่ยบอกเธอ

บทสนทนาของผู้ที่เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวและครอบครัวสุดท้ายได้กัดกร่อนกินก้อนเนื้อหัวใจยิ่งนัก...ที่เลี้ยงมาถึงทุกวันนี้ก็เพราะสมบัติสินะ...คุณเสแสร้งทำเป็นน้าสาวที่แสนดีได้อย่างแนบเนียน...จนกระทั่งบทสนทนาเมื่อกี๊...

ความโลภทำให้นางฟ้าที่แสนดีในความคิดของเขา...กลายเป็นปีศาจร้ายที่มาจากอเวจี

เมื่อคนทั้งคู่เดินจากไป นัยน์ตาคู่สวยก็ลืมขึ้นมาก่อนที่จะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง...ผมเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่บนโลกใบนี้นักหรอก

“พ่อครับ แม่ครับ มารับผมไปที” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยอ้อนวอน

เมื่อคิดได้อย่างนั้นบวกกับหันไปเห็นมีดปอกผลไม้วางอยู่มือที่สั่นเทาจึงเอื้อมคว้ามันมาก่อนจะจรดสันคมกับข้อมือและกรีดลงเนื้อบาง ลึกลงถึงเส้นเลือดโดยไม่ลังเล ก่อนที่จะทิ้งตัวนอนและหลับตา...รอรับชะตากรรม

อยากให้เขาตาย...ตอนนี้แหละสมใจกันแน่ๆ...เขาเองก็ไม่อยากจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ “เพียงลำพัง”

เมื่อยามเช้ามาถึงหนุ่มหน้าหวานก็รีบตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัวเตรียมจะไปทำงาน

“แจจุง...นายตื่นเช้าจัง” จุนซูเอ่ยทักด้วยเสียงงัวเงีย
“วันนี้ฉันต้องไปทำงานที่หอสมุดด้วยน่ะ เจอกันตอนเช้าอีกวันเลยนะ วันนี้วีคเอ็นด์ทางโรงแรมคงใช้งานฉันหนักแน่” แจจุงบอกก่อนที่จะสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง
“งั้นก็โชคดีล่ะ ฉันเองก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน” จุนซูพูด
“อืม...บายนะ...” แจจุงบอกก่อนที่จะเดินออกจากบ้าน

เขากับจุนซูเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ...เขา 2 คนมีหลายอย่างคล้ายๆกัน เข้ามาทำงานในโซลและหาก็ต้องหาเงินส่งตัวเองเรียนไปด้วย...

เมื่อเดินลัดเลาะผ่านตรอกซอยต่างๆมาไม่ไกลก็พบกับหอสมุดขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่...

“มาเช้าจังเลยนะ โบแจ” เสียงหญิงสาววัยกลางคนเอ่ยทักทาย
“สวัสดีครับ คุณป้า เช้าขนาดนี้คนยังมาใช้บริการเยอะแล้วเลย” แจจุงเอ่ย
“วันนี้ก็ฝากด้วยนะ” เธอเอ่ย
“ครับ ไว้ใจผมได้เลย” แจจุงบอก

หนังสือที่เพิ่งถูกคืนตั้งอยู่เป็นกองพะเนิน...แจจุงมองและถอนหายใจก่อนที่จะจัดเรียงหนังสือให้เป็นตั้งๆและยกไปจัดเรียงตามชั้น

“อันนี้ตรงชั้นเบ็ดเตล็ด...” แจจุงอ่านชื่อหนังสือไปและก็หยิบหนังสือในมือใส่ชั้นไป
“ว้าว...อันนี้นิยายอีโรติกแฮะ...ต้องวางไว้ชะ...” ยังไม่ทันที่แจจุงจะเอ่ยขาข้างหนึ่งก็ดันไปสะดุดเตะบางอย่างเข้ากองหนังสือตั้งใหญ่จึงหล่นกระจายไร้ทิศทาง

“โอ๊ย...” เสียงเข้มอุทาน
“ตายแน่ๆเลย” แจจุงเอ่ยเมื่อเห็นกองหนังสือหล่นใส่ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม่น

ชายคนนั้นหันมา...หน้าตาก็หล่อคมคายใช่ย่อย...ติดอยู่ที่คิ้วเข้มหนาขมวดแทบจะผูกเป็นโบว์...และริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นเดียว

“ขอโทษนะครับ” แจจุงเอ่ย
“ไม่เป็นไร แต่ทีหลังหัดระวังให้มากกว่านี้หน่อย รู้ว่าตัวเล็กแค่นิดเดียวดันแบกของซะมากมาย ไม่รู้จักประมาณตนเลย” เสียงทุ้มห้าวเองอย่างเรียบๆแต่ช่างถากถาง **ดันซะเหลือเกิน
“นี่...คุณ ทำไมพูดจาสบประมาทคนอื่นแบบนี้ล่ะ มารยาทน่ะมีไหม ผมก็ขอโทษไปแล้วไง” แจจุงต่อปากต่อคำ

แต่เมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาตรงๆ...แจจุงเหมือนโดนบังคับให้ยอมศิโรราบโดยง่ายด้วยดวงตาเรียวคมและนัยน์ตาสีอ่อน...

“ชื่ออะไร” เสียงเข้มเอ่ยถาม
“มีเหตุจำเป็นอะไรที่ผมจะต้องบอกคนแปลกหน้าอย่างคุณ” แจจุงถาม
“แค่ถามเฉยๆ ทำเป็นเล่นตัวไปได้ ไม่ได้ชวนไปทำอะไรเสียหน่อย” เขาเอ่ยก่อนที่จะช่วยแจจุงเก็บหนังสือ
“นี่...” แจจุงตวัดเสียงสูง...เขาเริ่มจะไม่พอใจแล้ว
“ไม่ต้องเก็บหรอก เดี๋ยวผมจัดการเอง” แจจุงพูดและหยิบหนังสือจากคนๆนั้นมา

“แค่ถามชื่อทำเป็นหวง” เขาเอ่ยไล่หลัง
“ก็...ไม่บอกมีปัญหาไหมล่ะ” แจจุงพูดกวนๆ

“นี่...โบแจ เก็บหนังสือหมดแล้วหรือยัง” เสียงคุณป้าคนเดิมเอ่ยถาม

เมื่อได้ยินอย่างนั้นแจจุงส่ายหัวด้วยความเซ็ง...

“โบแจ...โบแจๆๆๆ” เสียงเข้มเอ่ยแหย่
“นี่...ใครอนุญาตให้คุณเรียกชื่อผม” แจจุงพูด
“ฉันอนุญาตตัวฉันเอง” อีกฝ่ายก็ยั่วจนแจจุงนึกอยากจะบีบคอให้ตายคามือ
“ไปดีกว่า ไม่อยากจะเสียเวลาด้วย” แจจุงพูดก่อนที่จะเดินจากไป
“แล้วเจอกันอีกนะ โบแจ” เสียงนั้นเอ่ยไล่หลัง

ประสาท...อะไรทำให้คิดจะเจอกันอีก...ไม่มีทางซะหรอก...

“ยุนโฮ...มารอนานแล้วหรือยัง” คนที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถาม
“ก็...ยังหรอก” ยุนโฮเอ่ย
“แล้วทำไมผมเผ้ากระเซอะกระเซิงแบบนั้นล่ะ” ยูชอนเอ่ยถาม
“ไม่มีอะไร” ยุนโฮเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ

ยูชอนลอบมอง...เพื่อนเขาไม่ค่อยพูดค่อยจาเลยดูค่อนข้างจะเย็นชา...แต่วันนี้กลับรอยยิ้มที่มุมปาก...ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆเลย

รถแท็กซี่มาจอดอยู่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง...เมื่อประตูรถเปิดร่างสูงโปร่งก็ก้าวเดินลงด้วยท่วงท่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

“สวัสดีครับ ผมชิม ซางมิน เป็นแพทย์ฝึกหัดมาจากโซลครับ” ซางมินเอ่ยแนะนำตัวกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล
“ออ...ซางมินที่ได้ทุนมาเรียนต่อ มาก็ดีแล้ว มาคนไข้เครสหนึ่งต้องการแพทย์ประจำตัวพอดี” เขาเอ่ย
“ผมจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดครับ” ซางมินเอ่ยก่อนที่จะก้มแสดงความเคารพ
“หนุ่มๆก็ดีแบบนี้แหล่ะ ไฟแรงตั้งแต่วันแรก” เขาเอ่ยก่อนที่จะยิ้มให้

“ผู้อำนวยการคะ มีเรื่องด่วนค่ะ” พยาบาลสาวคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา
“มีอะไรว่ามาสิ” เขาเอ่ย
“คือ...ปาร์ค ยูฮวาน คนไข้พิเศษพยายามฆ่าตัวตายโดยการกรีดข้อมือแต่ตอนนี้ทางเราได้ช่วยชีวิตไว้แล้วค่ะ กำลังนอนพักอยู่ที่ห้อง” หญิงสาวเอ่ยบอก

ผู้อำนวยการทำหน้าตกใจก่อนที่จะหันหน้ามามองชายหนุ่ม...

“มองหน้าผมแบบนั้น มีอะไรหรือเปล่า” ซางมินถาม
“ได้รู้แล้วสินะ ปาร์ค ยูฮวาน คนๆนี้แหละที่นายจะต้องดูแล” เขาเอ่ยบอก
“ให้ผมดูแลคนที่คิดฆ่าตัวตายเนี่ยนะครับ” ซางมินทำหน้าเหรอหรา...มีเรื่องตั้งแต่วันแรกเลยไหมล่ะ
“ฉันฝากด้วยแล้วกัน โชคดีนะ ซางมิน” เขาเอ่ยก่อนที่จะมอบหน้าที่ให้ซางมิน...แม้จะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธ

เอาแล้วสิ...งานใหญ่ซะด้วยแฮะ ชื่อ...ก็คนเกาหลีซะด้วย เราอุตส่าห์นึกว่าจะเป็นฝรั่ง สาวสวย หุ่นดีซะอีก...แถมคิดจะฆ่าตัวตาย ระบประสาทยังครบ สมบูรณ์อยู่หรือเปล่านะ...

เมื่อมาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง ซางมินก็ถอนหายใจยาวก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป...

เมื่อมาหยุดยืนอยู่ที่เตียง ซางมินลอบมองพินิจดูใบหน้าของคนที่นอนหลับพริ้มอยู่...โห...ยังเด็กอยู่เลยแฮะ...ใบหน้าใสแม้จะดูซีดเนื่องจากเสียเลือดเลือดแต่ก็ไม่ได้ลดความใส น่ารักลงเลย...

แขนเล็กถูกพันด้วยผ้าก๊อซสีขาว ซางมินจึงเลือกที่จะจับข้อมืออีกข้างเพื่อตรวจวัดชีพจร...เมื่อถกแขนเสื้อขึ้น ซางมินก็ถึงหายใจสะดุด...รอยกรีดข้อมือแม้จะไม่ลึกแต่ก็เป็นริ้วๆนับสิบเต็มแขนเล็ก

ซางมินอดไม่ได้ที่จะลูบเส้นผมสลวยอย่างแผ่วเบา...อายุแค่นี้มีเรื่องอะไรที่ทำให้คิดมากขนาดนี้นะ...เพียงแค่นั้นเขาก็เริ่มสัญญากับตัวเองว่า...ไม่ว่าอย่างไรเขาต้องดูแลคนๆนี้ให้ดีที่สุด...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...เขาจะปกป้องคนๆนี้ให้ได้

(ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณนะคะสำหรับทุกคนที่ติดตาม ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ)
September 12

! ^ _ ^ !

        วันนี้อาราณ์ดีเลยมาอัฟสเปส
 
ช่วงนี้ใกล้จะสอบ Inflight  Service  ขอบอกว่ายากมาก
 
แต่เราก้อยังไม่อ่านหนังสือสักที เฮ้อ!เบื่อตัวเองจังเลย
 
 
 
 
 
                                                                                                                    อยากกเรียนจบเร็วๆๆคร๊าบบบบ แลบลิ้น
March 10

มีดีมาบอก

  วันที่ 7 ดูหนังมาอะ นุกมาก โรแมนติกดี เพลงที่ใช้เล่นเพราะมากๆๆ อะ
ชื่อเพลงว่า way back into love  มีเนื้อมาให้ดูด้วย เป็นความหมายที่ดีมากๆอะ ซึ้งด้วยนะ
 

Way back into love

 I've been living with a shadow overhead
I've been sleeping with a cloud above my bed
I've been lonely for so long
Trapped in the past, I just can't seem to move on

I've been hiding all my hopes and dreams away
Just in case I ever need em again someday
I've been setting aside time
To clear a little space in the corners of my mind

All I want to do is find a way back into love
I can't make it through without a way back into love
Oh oh oh

I've been watching but the stars refuse to shine
I've been searching but I just don't see the signs
I know that it's out there
There's got to be something for my soul somewhere

I've been looking for someone to shed some light
Not somebody just to get me through the night

I could use some direction
And I'm open to your suggestions

All I want to do is find a way back into love
I can't make it through without a way back into love
And if I open my heart again
I guess I'm hoping you'll be there for me in the end
oh, oh, oh, oh, oh

There are moments when I don't know if it's real
Or if anybody feels the way I feel
I need inspiration
Not just another negotiation

All I want to do is find a way back into love
I can't make it through without a way back into love
And if I open my heart to you
I'm hoping you'll show me what to do
And if you help me to start again
You know that I'll be there for you in the end
oh, oh, oh, oh, oh

March 03

เป็นการเริ่มต้นที่เราจะทำอะไรเพื่อพ่อแม่

                                                                    การทำงานเพื่อให้แม่ของเราภูมิใจ
  วันนี้เป็นวันแรกของการไปทำงานที่ร้านอาหาร ครัวเม็ดทราย ตอนแรกก็ว่าจะไปทำตั้งแต่เช้า แหละ แต่เห็นเพื่อนรู้สึกว่าคงเหนื่อยจากการสอบเมื่อวาน เลยไปทำตอนเย็น เลิกงานก็ สี่ห้าทุ่มแล้ว เข้าเรื่องการไปทำงานครั้งนี้เรามีจุดประสงค์ว่า อยากซื้อมือถือให้แม่ เพราะว่าพี่ชายเอาเครื่องแม่ไปใช้ เครื่องของพี่ชายเสียแล้ว เลยเอาของแม่ไป ฉะนั้นแม่เลยไม่มีโทรศัพท์ใช้ ซึ่งแม่กไม่อยากซื้อใหม่แล้ว เพราะเปลื้องตังค์ แต่ในความคิดเรา มันสะดวกและจำเป็นกับแม่ เราเลยไปหางานทำเพื่อซื้อให้แม่ และจะบอกแม่ว่านี้เป็นเงินที่ซื้อให้แม่จากนำพักนำแรงของลูกอยากจะทำตั้งแต่ตอนนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่กับเราได้นานเท่าไร ไม่มีใครรู้  เราอยากให้แม่มีความสุขและภูมิใจในตัวเราและเราก็จะสู้ต่อไปจนกว่าจะทำสำเร็จ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                                                                                                                                 ปล.รักแม่กับพ่อและพี่ๆ กับแมว ค่ะ
                                                                                                                                               อาหมวย
 
February 23

วันนี้เจอเฮงกะซวย พร้อมกันเลยคะ!

                     เช้าวันที่ 23กุมภาพันธ์ 2550 
วันนี้อุตสาตื่นแต่เช้ามาอาบนำ แล้วแต่งตัวให้เรียบร้อย ปาดเยลทำผมเรียบแปร้ให้เหมือนกะแอร์ของการบินไทย แต่งหน้าอ่อนๆๆ เรียบๆแล้วไปขึ้นรถที่มหาลัยเพื่อจะไปศูนย์อบรมลูกเรือของการบินไทยเพื่อไปดุ"ห้องมอกอัพ" พอไปถึงก็พบเจอเรื่องซวยเลยค่า อันดับแรกคุณอาจจะติด E ก็ได้ถ้าหากคุณทำให้หน้าตามหาลัยเสียชื่อ  และต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบ ทำตัวให้สำรวมเป็นกุลสตีร ซึ่งที่มา เราก็ไม่รู้ตั้งแต่แรกว่าให้ทำแบบนี้พอในประกาศให้ไปลงชื่อคนที่ไปดูห้องมอกอัพ ในใบประกาศไ ม่ระบุอะไรทั้งนั้น ซึ่งคนที่ติดประกาศเม่งโครตทุเรศเลยอะ! บอกให้ไปแต่ลงชื่อแต่ไม่ระบุว่าเป็นปีอะไร ให้แต่งกายแบบไหน  พอไปถึงเจอด่ายับค่ะ มีแต่ปีหนึ่งไป  ต้องใส่สูท และที่สำคัญต้องเป็นปีสามสิค่ะ เนี้ยละปัญหา คือ กูอยู่ปีหนึ่ง รองเท้าไม่ถูกระเบียบมั่งนะ (แต่ใครๆๆเค้าก็ว่าถูกระเบียบแล้ว) กระโปรงต้องไม่เลยหัวเข่าหนึ่งฝามืออะ กูก็ใส่ยาวกว่าที่กำหนดไปอะ แต่ผู้อำนวยการศูนย์บอกว่ากระโปรงตูสั้นอะ! ซะงั้น อีคนใส่สั้นกว่าตูเม่งได้ผ่านเฉยเลยอะ   อย่างนี้เค้าเรียกว่าลำเอียงคาะท่าน และทางผู้อำนวยการสูนย์ได้ส่งพวกที่ไม่ผ่านให้ไปเดินเล่นที่ห้างแทน (ซึ่งในความเป็นจริงเราหวังที่จะมาดูห้อง มอกอัพที่การบินไทย ไม่ใช่มาเดินเล่นที่ห้างนะ )และเรื่องซวยที่ตามมาอีกคือ ตูมีตังอยู่ร้อยกว่าบาท ให้ตูมาเดินห้างถ้าตูมีตังเป็นพันจะไม่บ่นเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  ไปถึงก็รู้อยู่แล้วว่ามาห้างต้องshop แต่ไม่มีตังจะshop นี้สิเรื่องใหญ่ เพราะมันทรมานจิตใจอย่างแรงอะ ตัณหามันเยอะอะ  ในใจได้แต่คิดว่ากูมาทำไมเนี้ย รู้อย่างเนี้ยนอนอยู่หอเล่นเอ็ม ดูคลิปวีดีโอโปรดไม่ดีกว่าหรอ   ที่สำคัญไม่รู้เม่งจะติด  E ตอนไหนก็ไม่รู้
 
สรุป
เรื่องเฮง คือ ได้ไปเหยีบที่ศูนย์อบรมลูกเรือที่การบินไทยได้เห็นนักบิน สจ๊วตหล่อๆๆ(แต่แอบแมนวะ )แต่ยังไงมันก็เป็นผู้ชายวะ
ไปห้างได้เจอ VJ เต้ย สุดหล่อในระยะใกล้ๆ (เม่งโครตหล่อเลยอะเท่สะไม่มี)
เรื่องซวย คือ กลัวติดE โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยไม่รู้จะโดนตอนไหนอะ (ถ้าติดมีประท้วงคะ เพราะคนประกาศไม่แจ้งรายละเอียดให้เราอะ)
ตังไม่มีโว้ย  ตังหมด
ขอบคุณนะที่เข้ามาอ่านขอบใจมากๆๆ
ถ้ายังไงก็เมนท์ให้ด้วยนะ
 
 
 
อาหมวย ............................